เคล็ดไม่ลับและเทคนิคการใช้ There is/ There are อย่างละเอียด

เคล็ดไม่ลับและเทคนิคการใช้ There is/ There are อย่างละเอียด 



สาลี่คิดว่าเมื่อทุกคนเห็นคำคำนี้ ก็จะนึกไปถึงว่าคำว่า "there" ที่แปลว่า "ที่นั่น ที่ตรงนั้น" ก่อนเพื่อน คนไทยน้อยคนนัก ที่จะทราบว่า "there is" และ "there are" ยังมีความหมายแปลว่า "มี มีอยู่" ด้วย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ ชอบใช้โครงสร้าง ประธาน + V. to have ตลอด ราวกับว่า have สำหรับคนไทย แปลว่า "มี" เท่านั้น หลังจากวันนี้ไป เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้ว จำเพิ่มอีกสักตัวนะคะ ว่า "there is" และ "there are" แปลว่า "มี มีอยู่" เช่นกัน เดี๋ยวลองยกตัวอย่างสัก 2 ประโยคให้เห็นภาพ
There are many cars on the street.
There is one bedroom in this house. 

เห็นไหมคะ เราไม่พูดว่า "Have many cars on the street." และไม่พูดว่า "Have one bedroom in this house." ฮั่นแหน่ ใครใช้อยู่รีบเปลี่ยนเลยนะคะ

ครอบครัวฉันมีกันอยู่ 5 คน ก็ไม่ต้องปล่อยไก่พูดว่า
😂 My family has (บางคนกริยาเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 ที่ไม่ใช่ I กับ You ยังไม่เปลี่ยน have เป็น has เลยนะเออ) 5 members. ป๊าดดด พูดแบบนี้ มันไท้ ไทย ลองเปลี่ยนใหม่นะคะ เป็น 😁😁There are five people in my family.

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ไม่อยากจะใช้ there is/there are คำถามคือ ไอ้เจ้าสองตัวนี้ มันเลือกใช้ยังไงกันละเนี่ยะ วันนี้สาลี่จะกระซิบบอกให้ พอรู้แล้วก็ไปกระซิบบอกคนอื่นๆ ให้รู้กันถ้วนทั่วด้วยนะคะ

หลักข้อที่ 1: จะเลือกใช้ there is/there are ขึ้นอยู่กับคำนามข้างหลังว่าเป็นเอกพจน์ (วิธีจำ ก็นึกถึง ไม้เอก มีเพียงหนึ่ง หนึ่งเดียวเท่านั้น) หรือพหูพจน์​ (พหูพจน์ คือ มากกว่า 1 ลองจับหูดิ๊ว่ามีกี่ข้าง มากกว่า 1 ข้างใช่ไหม) ถ้าคำนามที่เราจะกล่าวถึงมีหลายตัว ห้อยกันมาเป็นซีรีย์ ให้ดูที่คำนามตัวแรกสุด คำนามที่เราจะวางไว้ติดกับ there is/there are มากที่สุด

ถ้าคำนามที่เราจะกล่าวถึงมีเพียงอันเดียว สิ่งเดียว ก็เลือกใช้ there is ไปเลยค่ะ อย่าลังเล แต่ถ้าคำนามที่เราจะพูดถึงมีมากกว่า 1 มีหลายชิ้น หลายอัน ก็เปลี่ยนใจมาใช้ there are ได้ค่ะ ไม่ว่ากัน มาดูตัวอย่างกันนะคะ

อยากบอกว่าในห้องตอนนี้มีนักเรียนแค่คนเดียว นั่งรอแม่มารับอยู่
นักเรียนแค่คนเดียว ก็เป็นเอกพจน์ น่ะสิ มีคนเดียว สิ่งเดียว อันเดียว
ตัดสินใจเลือกใช้ there is ได้เลยค่ะ

There is a student in the room. He is waiting for his mom to pick him up.

เอ๊...แล้วถ้าอยากบอกว่า มีของกินมากมายอยู่ในตู้เย็นล่ะ จะพูดว่าอย่างไร เลือกใช้ there is หรือ there are ดี แหม ของกินมันมากมาย มันก็ต้องมากกว่า 1 ชิมิ เราก็พุ่งเป้าไปที่ there are ได้เลยงานนี้

There are many things to eat in the refrigerator.

✶✷✸✹✺ ดอกจันทร์เยอะขนาดนี้ คงสำคัญมากสินะ "ใช่ค่ะ ตรงนี้สำคัญมาก" เพราะหลักข้อ 1 นี้ คำว่า "เอกพจน์" (ที่เราจะเลือกใช้กับ there is นั้น) รวมไปถึง คำนามที่เราเรียกว่า "นามนับไม่ได้" ด้วย เพราะคำนามนับไม่ได้ มันจะเป็นเอกพจน์เสมอ (จำไว้ว่า: ในเมื่อนับไม่ได้ ก็นับเป็นหนึ่ง เป็นสอง เป็นสามไม่ได้ ชื่อมันบอกแล้วว่าเป็น "นามนับไม่ได้"

ส่วนใหญ่เป็นพวก "ฝุ่น ผง เส้น เมล็ด เม็ด ของเหลว" ที่ต้องนำมาชั่ง ตวง วัด บรรจุใส่ภาชนะ เช่น salt (เกลือ) milk (นม) และพวกคำนามที่มันเป็นนามธรรมทั้งหลายแหล่เช่น ความรัก (love) ความโกรธ (anger) จะดีที่สุดถ้าเวลาต้องเขียนอะไร ลองเปิดดิกชันนารีเช็คประเภทของคำดูนะคะ ว่าเป็นคำนามที่นับได้หรือนับไม่ได้ (ดิกชันนารีดีๆ กดเข้าไปที่นี่ค่ะ)

อธิบายซะยาว ขอสรุปอีกรอบว่า ถ้าคำนามที่เราจะใช้เป็นคำนามนับไม่ได้ ก็เลือกใช้ there is ได้เลยนะคะ เพราะคำนามนั้นเป็นเอกพจน์แน่นอน (นามนับไม่ได้ เป็นเอกพจน์เสมอ อันนี้ต้องจำ จำเลยนะ จำ จำ )

There is cream on the table.
There is milk in the bottle. 

ตรงนี้เข้าใจตรงกันนะคะ เพราะ  cream และ milk เป็นเอกพจน์ เพราะมันเป็นนามนับไม่ได้ไง (ย้ำอีกรอบ นามนับไม่ได้ เป็นเอกพจน์เสมอนะคะ)

ไปไปมามา อ่านบทความสาลี่แล้ว ก็ดูเหมือนจะเข้าใจ แต่พอมาเจอคำว่า "a lot of" นี่ ทำไมมัน "เงิบ" ไปเลย คำว่า a lot of เนี่ยะ จะใช้ there is หรือ there are ดี 

[คิดในใจ: a lot of มันเป็นเอกพจน์เปล่าฟะ มันนำหน้าด้วย 'a' นะเว้ย อีกแว๊บนึง ก็เถียงตัวเองว่า แต่ a lot of มันแปลว่า มากนะ มันใช้ there are ไม่ใช่หรอ]

ขอสาลี่เฉลยก่อนคนอ่านจะเครียดไปกว่านี้ ว่า หากเจอ a lot of ดูที่คำนามหลักที่เราจะใช้ ว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์นะคะ เดี๋ยวลองดูที่สาลี่ไฮไลท์ในตัวอย่าง จะได้ไม่งง

There are a lot of things to do tonight.
There is a lot of dirt on your t-shirt. (dirt เป็นเอกพจน์ เพราะเป็นนามนับไม่ได้นั่นเอง เราก็เลือกใช้ there is ได้เลย)

อย่าลืมว่า "หลักข้อที่ 1" มีไฮไลท์ที่สาลี่มาร์กไว้ ซึ่งสำคัญมาก นั่นก็คือ หลักข้อที่ 1: จะเลือกใช้ there is/there are ขึ้นอยู่กับคำนามข้างหลังว่าเป็นเอกพจน์ (วิธีจำ ก็นึกถึง ไม้เอก มีเพียงหนึ่ง หนึ่งเดียวเท่านั้น) หรือพหูพจน์ (พหูพจน์ คือ มากกว่า 1 ลองจับหูดิ๊ว่ามีกี่ข้าง มากกว่า 1 ข้างใช่ไหม) ถ้าคำนามที่เราจะกล่าวถึงมีหลายตัว ห้อยกันมาเป็นซีรีย์ ให้ดูที่คำนามตัวแรกสุด คำนามที่เราจะวางไว้ติดกับ there is/there are มากที่สุด

เห็นไหมคะ ถ้าคำนามที่เราจะกล่าวถึงมีหลายตัว ห้อยกันมาเป็นซีรีย์ มากันเป็นชุด ก็ให้ดูที่คำนามตัวแรกสุด ซึ่งเป็นคำนามที่เราจะวางไว้ติดกับ there is/there are มากที่สุด

ลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ (ตัวที่สาลี่ไฮไลท์สีส้ม เป็นตัวคำนามหลักที่อยู่ใกล้ there is/there are ที่สุด ไม่ต้องไปสนใจคำนามตัวอื่น) 

There is a spoon and a fork on your plate.
There is a notebook, a pencil and a lamp on your table.
There is a lot of dirt and pebbles on your clothes.


There are spoons and a fork on your plate.
There are pencils, a notebook and a lamp on your table.
There are pebbles and dirt on your clothes.


เห็นไหมคะ แม้จะมีคำนามที่เป็นเอกพจน์ (มี a นำหน้า เช่น a fork, a notebook, a lamp) อยู่ในประโยคด้วย แต่เราก็ไม่ต้องสน ไม่ต้องแคร์ สนใจแต่เฉพาะ คำนามที่อยู่ใกล้กับ there is/there are มากที่สุดเท่านั้นพอ !!!

ยัง ยังไม่จบ !!!
แล้วถ้า เราจะบอกว่าไม่มีล่ะ ใช้ยังไงดี 
ก็ใช้โครงสร้าง "There is no + noun (เอกพจน์หรือนับไม่ได้)." หรือ "There are no + noun (พหูพจน์)." จำง่ายๆ ว่า "no" มีหน้าที่ของคำเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ใช้ขยายคำนาม จึงเอาวางไว้หน้านาม


There is no reason to say no. ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธ
There is no need to study on Saturday. ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเรียนในวันเสาร์ 

There is no milk in the refrigerator. ไม่มีนมในตู้เย็นเลย 
There are no bottles of milk in the refrigerator. ไม่มีสักขวดในตู้เย็น
There are no pens on the desk. ไม่มีปากกาสักด้ามบนโต๊ะ

There are no blankets to use. ไม่มีผ้าห่มใช้สักผืน

แต่เมื่อเรามี "much/many/any" มาขวางทางอยู่ เราจะไม่ใช่โครงสร้าง "there is no/ there are no" อีกต่อไป แต่เราจะเปลี่ยนนิดนึง เป็น "there is not/ there are not" จำง่ายๆ ว่า "not" มีหน้าที่ของคำเป็นคำวิเศษณ์ (Adverb) มีความสามารถในการใช้ขยาย adj, adverb ได้ (much/many เป็น  adverb ส่วน any เป็น determiner นำหน้าคำนามเพื่อบ่งเฉพาะ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งใน adj เช่นกัน) เช่น 

There is not much traffic now.
There is not much money left.
There are not many differences between A and B.
There are not many opportunities for the poor.

There are not any tables in the room. 

✪✪✪รู้ใช่ป่ะ ว่า much ตามด้วยนามนับไม่ได้ (เอกพจน์เสมอ) แต่ many ตามด้วยนามนับได้ (เป็นพหูพจน์) 

หลังจากอ่านแล้ว มีความสงสัย ความงง ความก๊ง อย่างไร อย่าลืมกดพิมพ์มาบอกสาลี่บ้างนะคะ ^^ อย่าลืมช่วยกดไลค์และกดแชร์กันด้วยน้า 

ไม่มีความคิดเห็น