Be more careful next time. ครั้งหน้าระวังหน่อยนะจ๊ะ

(ใครอยากเรียน "สอนลูกพูดอังกฤษ" มีชำระผ่านบัตรเครดิตแล้วนะคะ รับรองคุ้ม)
เธียรเธียรเล่นรถขาถีบอยู่ดีๆ กลับร้องโอดครวญขึ้นมาเสียงดัง สาลี่ถามว่า
MommySali: What happened to you?
Thian Thian: Hurt, mommy, hurt.
MommySali: Where are you hurt?
Thian Thian: (answering in Thai) ขา เจ็บขา
MommySali: Who did it to you?
Thian Thian: รถ (รถขาถีบ คันที่สาลี่กล่าวถึงนั่นเอง)
MommySali: What should you do then?
ในใจคาดหวังว่า ลูกต้องระลึกถึงความประมาทในการเล่นของเล่น แล้วตอบว่า “I should be more careful next time”
แต่...เธียรเธียรตอบว่า “ตีรถเล้ย” ว่าแล้วก็เดินหน้ามุ่ยไป “ตี” รถค่า
ลูกหนอลูก
ปล. คลิปถ่ายหลังบทสนทนาด้านบนนะคะ ^^ คราวนี้เธียรเธียรตอบตามที่แม่คาดหวังแล้ว


0

แม่หยิบอันนั้นให้หน่อย Mommy. Can you pick it for me?

นุศรอยากหยิบของเล่นชิ้นหนึ่งออกจากตะกร้า พอล้วงมือลงไปไม่ทันไร ก็ร้องออกมาว่า “โอ๊ย เจ็บ” 

สาลี่ได้ยินเลยบอกนุศรให้เรียกเธียรเธียรมาช่วยว่า “Sweetie, you can ask Thian Thian to help you.” เธียรได้ยินจึงเดินมาช่วยหยิบ แต่ล้วงมือลงไปไม่ทันไร ก็ร้องออกมาว่า “อ๊าาา เจ็บ” (ตามพี่นุศรเปี๊ยบ) 

สาลี่เลยถามนุศรพร้อมเดิมไปดูว่า “Which one do you want to pick up?” 

Nusorn: That one (pointing at the green toy).
I cannot pick it. It hurts. It has thorns.

นุศรบอกมันมีหนาม เดี๋ยวจะมีภาพประกอบค่ะ

MommySali: It doesn’t hurt. You might feel ticklish but this (soft) spiky rubber ring doesn’t hurt you.

Nusorn: Ticklish? Yeah yeah...แล้วก็หัวเราะแหะๆ แล้วก็ฉวยเจ้าของเล่นสีเขียวไปจากมือสาลี่ 


อ้าว เล่นกันต่อได้ ^^  



#ของเล่นยาง #หนาม #ปุ่มแหลมๆ #เจ็บ #จักกะจี๋
0

ข้ออ้าง...ของลูก My daughter's excuse

นุศรทาน ice-cream เสร็จ สาลี่บอกให้นุศรเอาช้อนและชามรองไอศกรีมไปเก็บในอ่างล้างจาน
Nusorn: (placing the bowl and spoon down on the table) Mommy. I’m full. I cannot eat it anymore. It’s enough for me.
MommySali: Hey! Put them in the sink.
Nusorn: No, mommy. My lips are hurt.
MommySali: Sweetie. Your legs do not hurt. You can walk and put them in the sink.
เข้าใจหาเหตุผลมาโต้แย้ง แต่ไม่ผ่านค่ะ ว่าแล้ว นุศรก็เดินนำชามและช้อนไปใส่ในอ่างล้างจาน




0

dead กับ die ใช้ยังไง it's die. It dead. ถูกไหมเนี่ยะ

คำว่า dead กับ die ทำเอาเราหลายๆ คนปวดกระบาล เอ้ย ปวดหัวกันไปเลยทีเดียว หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ปวดหัวกับสองคำนี้ แสดงว่า "หน้าที่ของคำ Part of Speech" ของคุณยังไม่แข็งแรงค่ะ ดังนั้น ขอเรียนเชิญทุกคน มาทำความรู้จักกับ Part of Speech ของคำว่า dead และ die กันดีกว่า รับรองว่า "ง่ายมาก จริงๆ"


คำว่า die เป็นกริยา (ท่องไว้นะคะ เป็นกริยา) ส่วนคำว่า dead มีหน้าที่เป็น Adjective (คำขยายคำนาม) ถามว่าต้องจำให้ได้ไหม ป๊าด ก็แน่นอน ว่าต้องจำให้ได้ ตอนนี้และเวลานี้เลยค่ะ ^^"  

ตำแหน่งของกริยาและ Adjective ก็วางไว้คนละตำแหน่ง นี่แหละสำคัญ หากรู้ว่าตัวไหนทำหน้าที่เป็นอะไร ก็จะวางไว้ในประโยคได้อย่างถูกตำแหน่ง


ประธาน + กริยา. ทำให้เกิดประโยค 
ประธาน + Adjective. ไม่ทำให้เกิดประโยคเพราะขาดกริยา
ดังนั้น เราจึงต้องหากริยาที่ใช้กับ adjective มาเติมให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์
เป็น "ประธาน + กริยา + adjective."


จากสมการข้างต้น "ประธาน + กริยา." ทำให้เกิดประโยค เวลาใช้ ก็ใช้กริยาคำว่า die ได้เลย เช่น Mosquitoes die every night. People die every day. แต่ถ้าเล่าเรื่อง หรือ เล่านิทาน หรือ บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต (ผ่านไปแล้วเป็นอดีตหมด) ก็แค่เปลี่ยน die เป็นกริยาช่อง 2 ด้วยการเติม -ed คำว่า die มีลงท้ายด้วย -e อยู่แล้ว ก็เติมแต่ -d ลงไป เป็นคำว่า died เช่น My grandpa died three years ago.

แต่ถ้าคุณเลือกที่จะใช้ dead ก็ต้องทำโครงสร้างให้ถูก โดยใช้ "ประธาน + กริยา + adjective." กริยาที่เราใช้ร่วม adjective มีชื่อว่า Linking verbs (v.to be. become, get, grow, seem, appear, look, feel, sound, smell, turn, taste) เรียนเรื่อง Linking verbs เพิ่มเติมได้จากลิงก์นี้ค่ะ ดังนั้น เราจึงใช้คำว่า dead มาแต่งประโยคได้ว่า  My father is dead. He died ten years ago.

ก่อนจบบทความในวันนี้ สาลี่ขอสรุปว่า หากเรารู้หน้าที่ของคำ เราก็จะรู้ว่า เราต้องใช้คำนั้นอย่างไรให้ถูกต้องนั่นเองค่ะ ต่อไปนี้ ใช้ dead กับ die ได้ไม่งงแล้วนะคะ :)
0

กริยา 7 ตัวที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ (7 Most Frequent Verbs in English) ตอนที่ 1


7 most frequent verbs in English #1




คลิปนี้สาลี่บันทึกไว้นานแล้ว เป็นคลิปที่จะชี้แจงการใช้กริยาที่เรียกได้ว่า ใช้กันบ่อยที่สุด 7 ตัวในภาษาอังกฤษ รับรองเข้ามาชมแล้วไม่ผิดหวังค่ะ ช่วยแชร์กันเยอะๆ นะคะ น่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยที่ใส่ใจเรียนอังกฤษทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย :)
ในคลิปนี้ สิ่งที่จะกล่าวถึง ได้แก่ To ask, To be, To call, Can, To feel, To get และ To keep รวมทั้ง เทคนิคการใช้ Verb to be, Passive voice และ วิธีการท่องจำ Linking Verbs (เป็นเพลง)


สำหรับเพลงที่สาลี่แนะนำไปในการไลฟ์ครั้งนี้คือ Yes, I can. ของค่าย Super Simple Songs กดเข้าไปดูได้เลยค่าที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=_Ir0M... ใครต้องการติดต่อสาลี่ส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องคลาสเรียนหรือข้อสงสัยอื่นๆ ติดต่อสาลี่ได้ 2 ช่องทางค่า ได้แก่ 0847696000 และ Line: mommysali คลิกที่นี่เพื่อแอดสาลี่ได้เลยค่ะ http://line.me/ti/p/sTXNVibyNv
0

10 ประโยคภาษาอังกฤษสำหรับการ "พาลูกเข้าครัว"

แชร์กัน แบ่งกัน ปันกันได้ 












#พาลูกเข้าครัว #สอนลูกทำอาหาร #พูดภาษาอังกฤษกับลูก #ชอบทำอาหาร #ภาษาอังกฤษง่ายๆ #นำไปใช้ได้เลย
0