Articles EP.2: a, an the เติมอะไรดี งงวุ้ย

Articles EP.2: a, an the เติมอะไรดี งงวุ้ย 

ใครที่จู่ๆ ก็เผลอคลิกเข้ามา แล้วงงว่า อะไรฟะ อย่าเพิ่งงงค่ะ ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 ก่อนนะคะ จะได้ไปต่อได้แบบชิลชิล คลิกที่นี่โล้ด อ่านตอนที่ 1

จากตอนที่แล้ว ทุกคนรู้แล้วว่า a, an นั้นนำหน้าคำนามที่นับได้ และมีเพียง 1 หน่วย 1 ชิ้น 1 อัน หรือที่เราเรียกกันว่า "เอกพจน์" นั่นเอง คำนามที่นับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปใส่หน่วยให้มัน ไม่ต้องเติม a,an ข้างหน้ามันทั้งสิ้น คำนามที่นับไม่ได้อยู่เป็นรูปเอกพจน์เสมอ (ไม่ต้องเติม a,an และไม่ต้องเติม 's')

เช่น Love is all around. 

ความรักก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหล่ะ เห็นไหมคะว่า 'love' ไม่ต้องเติม 'a love' และไม่ต้องทำเป็นพหูพจน์ว่า loves เอาล่ะ! ถ้าเคลียร์ตรงนี้แล้ว ไปต่อกัน

เริ่มแรก เรามาดู Article "A, An" กันก่อนนะคะ คำนี้แปลว่าอะไรคะทุกคน :) 
คำนี้แปลว่า "หนึ่ง" แสดงว่า คำนามที่เราจะนำ a และ an ไปวางไว้ข้างหน้าได้นั้นต้องเป็นคำนามที่ "นับได้" ถึงเรียกได้ว่า 1,2,3, ปลาฉลามขึ้นบก 4,5,6 จิ้งจกยัดไส้ ..?!/#? ได้ นามไหนนับไม่ได้ แม้แต่ 1 ก็นับไม่ได้ "ใส่ a หรือ an ไม่ได้เด็ดขาดนะคะ"

หลักเกณฑ์การใช้ a,an

🥀🥀หลักข้อที่ 1: นำหน้านามนับได้ ที่มีเพียง 1 อย่างเท่านั้น และไม่เน้นว่าหมายถึงคำนามตัวไหน อันไหน 

เช่น "I am a guy who likes a guy." ฉันเป็นชายที่ชอบชายนะยะ ^^ 

guy นะคะ ไ่ม่ใช่ gay อ่านดีๆ นะเออ  คำว่า "guy /กาย/" เป็นนามนับได้ ประโยคนี้ไม่ได้เน้นว่าเป็นคนไหน :) แค่หมายถึงใครก็ได้ที่เป็นผู้ชายเท่านั้น ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนนี้ ... เท่านั้น

อีกสักหนึ่งตัวอย่าง I want a pen. ทำไมประโยคง่ายจัง แฮร่ๆ ประโยคนี้หมายความว่า ปากกาด้ามไหนก็ได้ สักด้าม เอามาเหอะ ฉันต้องการปากกา

แต่ถ้าสาลี่เปลี่ยน a เป็น the นะ มันจะมีเรื่องการชี้เฉพาะมาเกี่ยวข้องด้วย คือมันไม่ใช่ปากกาด้ามไหนก็ได้ละ แต่มันเป็นปากกาที่ผู้พูดกับผู้ฟังรู้กันอยู่ (อาจจะเคยพูดถึงปากกาด้ามนั้นมาก่อน หรืออาจจะเคยตบ ตี แย่งชิงปากกาด้านนั้นมาก่อน อร๊าย ปากกานะเธอ ไม่ใช่ผู้ชาย แย่งกันทำไมอ่ะ) ดังนั้น I want the pen. แปลว่า นี่ๆ ปากกาด้ามนั้นอยู่ไหนอ่ะ ฉันจะเอา โอเค เข้าใจนะ 

🥀🥀หลักข้อที่ 2: นำหน้าคำนาม ใช้ในการบอกเวลา หรือการวัด  

เช่น  I work five days a week. ฉันทำงาน 5 วันเลยนะเธอ 
(จริงแล้วอยากลา 5 ทำแค่ 2)

This new car runs 220 kilometers an hour. รถใหม่คันนี้วิ่งได้ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเชียวนะ (อย่าถามความสมเหตุสมผลกับสาลี่นะคะ...อิอิ ไม่มีค้า)

🥀🥀หลักข้อที่ 3: นำหน้าคำนาม ที่เป็นตัวเลขหรือปริมาณ "hundred, thousand, dozen" 
เช่น จำเพลงนี้เลยค่ะ ง่ายดี "A hundred miles, a hundred miles, a hundred miles, ahundred miles, you can hear the whistle blows hundred miles" เพลงนี้ชอบมาก เป็นเพลงหากิน ทั้งหากินตอนสอนหนังสือและหากินตอนเลี้ยงลูก คลิกเพื่อฟังของจริง เพราะนะขอบอก คลิกเลยตรงนี้

🥀🥀หลักข้อที่ 4: ใช้ตามหลัง "rather, quite, many, half, what, such"

เช่น Jim is rather a fool. จิมนี่ค่อนข้างฉลาดน้อยนะ 
What a wonderful world! โลกนี่มันช่างน่าอัศจรรย์นัก (โครงสร้างแบบนี้ใช้กับประโยคอุทานนะคะ เดี๋ยวสอนในอนาคตค่ะ ไม่ต้องห่วง) มันเป็นชื่อเพลงค่ะ ถ้าอยากฟังเพลงนี้ คลิกที่นี่ค่ะ

🥀🥀หลักข้อที่ 5: ใช้ในโครงสร้าง "so, as, too, how + Adjective + a + คำนาม"  

เช่น  I have not seen so beautiful a girl before. ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยขนาดนี้มาก่อน 
This is too difficult test for beginners. นี่มันสุดยอดเคล็ดวิชาแห่งความยากสำหรับเด็กเกรียนนะเนี่ยะ (โอ๊ย ใครเอาอะไรมาปาหัวสาลี่นี่...แปลใหม่ก็ได้ นี่มันเป็นแบบทดสอบที่ยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น)

เอาล่ะ สาลี่ว่า เราฝึกวิชากันมาพอประมาณแล้ว อย่าหักโหมตัวเองเลยนะคะ ไว้เราเข้ามาเรียนตอนต่อไปกันใหม่อีกครั้งใน EP.3 สำหรับตอนนี้ ต้องไปรับลูกแล้ววววว ครั้งหน้า 'the' นะ 'the' เจอกันแน่ แน่ แน่


ไม่มีความคิดเห็น