Watch out! Be careful! Beware of! คำว่า "ระวัง" ใช้อะไรกันดี (ละเอียดมากค่ะ เขียนจนเหนื่อย เข้ามาอ่านกันเยอะๆนะคะ)

ลูกศิษย์ถามมาว่า “เวลาจะบอกให้ลูก ระวัง! เราสามารถใช้ watch out, be careful, beware คำไหนก็ได้เหมือนกันมั้ยคะ หรือในภาษาพูดนิยมใช้คำไหนคะ” 
สาลี่ขอตอบ ดังต่อไปนี้ค่ะ
ในภาษาอังกฤษคำศัพท์ที่แปลอยู่ในโซนคำว่า “ระวัง” มีหลายตัว (ยังไม่ต้องคำนึงถึงวิธีใช้) ดังนี้ be careful, beware of, watch out, look out เป็นต้น อ้าว เยอะจุง แล้วแต่ละตัวจะใช้กันอย่างไรละเนี่ยะ อย่าเพิ่งปวดสมองค่ะ มาค่อยๆ ดูกันไปทีละตัวนะคะ 
คำแรกที่อยากแนะนำมาก เพราะจำเพียงแค่คำเดียวก็สามารถแตกยอดแตกกอ ออกไปได้อีกหลายคำ ดังนั้น สาลี่แนะนำค่ะ เป็นประโยชน์มาก จำเลย! คำนั้นคือคำว่า “watch” นั้นเอง มาดูกันค่า 
Watch out! /ว้อดชฺ เอ้าทฺ/ แปลว่า “ระวัง”
เช่น Watch out! There is a car coming here.
/ว้อดชฺ เอ้าทฺ แธฺรฺ อิดซฺ เอะ คารฺ คัมมิ่ง เฮียรฺ/
คำว่า watch ก็จะเป็นกริยาหลัก พอเวลามี preposition ‘out’ ตามมา เราจะเรียกคำนี้ว่า phrasal verb หรือ two-word verb นะคะ ความหมายก็จะเปลี่ยนไปจากคำว่า watch อย่างเดียว (ค่อยๆ จำกันไปนะคะ)
 
ระวัง ** ถ้าจะบอกให้ระวังอะไร อย่าลืมใส่ ‘for + สิ่งที่ต้องการให้ระวัง’ เช่น “Watch out for the ball.” /ว้อดชฺ เอ้าทฺ ฟอรฺ เธฺอะ บอลฺ/ ระวังลูกบอลที่เขาเล่นกันอยู่ด้วยนะ 
คราวนี้มาดูคำในตระกูล watch ที่แปลได้ว่าระวังกันอีกหน่อยนะคะ 
  1. Watch your language. /ว้อดชฺ ยัวรฺ แล้งกวิดจฺ/ อันนี้บอกให้ระวังปากระวังคำกันหน่อยเน้อ แหม่ๆ เอาไว้เตือนลูกก็ได้ ตอนที่ลูกพูดคำหยาบคายหรือพูดจาไม่น่ารักนะคะ
  2. Watch your step. /ว้อดชฺ ยัวรฺ สเต็บพฺ/ อันนี้ใช้ตอนที่ ลูกเดินดุ่มๆ ไม่ยอมดูทาง อาจหกล้มได้ ก็พูดคำนี้ได้เลยค่ะ แปลเป็นอังกฤษง่ายๆ ว่า Walk carefully. /ว้อกคฺ แค้รฺฟุหลิ่/
  3. Watch it! /ว้อดชฺ อิดทฺ/ คำสั้นๆ คำนี้ก็แปลว่า “ระวัง” ได้เหมือนกันค่ะ
  4. Watch the time.  /ว้อดชฺ เธฺอะ ไทมฺ/ คำนี้ ใช้เตือนว่าให้ทำอะไรให้เสร็จทันเวลาที่นัดหรือตกลงกันไว้ ไม่ให้ล่าช้าไปกว่านั้นค่ะ เช่น ลูกเล่นน้ำเพลิน เราให้เวลาลูก 5 นาที ไม่เกิน เราก็เตือนลูกได้ว่า “Watch the time.”
 
** watch out และ look out มีความหมายเหมือนกันค่ะ
Look out! There is a car coming here.
/ลุ้ค เอ้าทฺ แธฺรฺ อิดซฺ เอะ คารฺ คัมมิ่ง เฮียรฺ/
คราวนี้มาดูอีกตัวค่ะ “Be careful” เนื่องจากคำว่า careful นั้นเป็น adjective (ต้องจำ อะไรก็ตามที่ลงท้ายด้วย ful ful มันจะมีหน้าที่ของคำเป็นคำคุณศัพท์ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า adjective นะคะ) ดังนั้น ในเมื่อคำว่า “careful” เป็นคำ adjective ตำแหน่งของมันคือ ต้องใช้วางไว้ หลัง Verb to be (is, am, are, was, were) เสมอนะ เวลาท่องท่องติด be ไปด้วยเลยว่า “be careful” 
 
คำถามต่อมาคือ แล้วจะใช้บุพบทอะไรตามหลังดี สำหรับคำว่า “be careful” สามารถใช้ลอยๆ ก็ได้ หรือใช้กับบุพบท 3 ตัว ดังต่อไปนี้ (1) be careful of (2) be careful about (3) be careful with บุพบทต่างกัน ความหมายอาจต่างกันนะเออ ถึงแม้จะอยู่ในวงความหมายว่า “ระวัง” ก็ตาม
 
มาดูตัวอย่างเพื่อความชัดเจนกันค่ะ
 
  1. Be careful! เฉยๆ ใช้ลอยๆ ไม่มีบุพบท ใช้เตือนให้ระวัง เช่น Be careful! The floor is slippery. /บี แค้รฺฟุลฺ เธฺอะ ฟลอรฺ อิดซฺ สลิปเพอะหริ่/ ระวังลื่นนะ
  2. Be careful of  บางสิ่งบางอย่าง (ตรงนี้ให้ใส่คำนามลงไป) เป็นการเตือนให้ระวังสิ่งๆ นั้นที่เรากล่าวถึง เช่น Be careful of your words! /บิ แค้รฺฟุลฺ ออฟฺ ยัวรฺ เหวิดซฺ/ ระวังคำพูดกันหน่อยนะ (ตอนพูดส่งสายตาจิกๆ ด้วย)   Be careful of your thoughts! /บี แค้รฺฟุลฺ ออฟฺ ยัวรฺ ธ้อดทฺสฺ/ อย่าคิดลึก อย่าคิดเรื่องลามก อย่าคิดอกุศล แปลทำนองนี้ได้หมดค้า
  3. Be careful about บางสิ่งบางอย่าง (ตรงนี้ให้ใส่คำนามลงไป) ใช้เตือนให้ระวังให้ดีก่อนลงมือทำ เช่น Be careful about what you eat. /บี แครฺฟุลฺ เออะเบ้าทฺ ว้าดทฺ ยู อี๊ดทฺ/ จะกินอะไรระวังด้วย (ไม่งั้นเดี๋ยวท้องจะเสีย) เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะ
  4. สุดท้ายแล้ว Be careful with บางสิ่งบางอย่าง ใช้เตือนให้ระวัง อย่าทำอันตรายหรือทำให้สิ่งของนั้นเสียหาย หรือเตือนให้ใช้ด้วยความระมัดระวังก็ได้ เช่น ลูกดึงแว่นตาเราไป เราก็บอกลูกว่า Be careful with my eyeglasses. /บี แครฺฟุลฺ วิดธฺ มาย อายแกลสซิดสฺ/ อย่าทำแว่นแม่เจ๊งนะลูก มันพะ พะ แพง ฮ่าๆ
สุดท้ายแล้ว มาดูคำว่า “Beware” กัน สาลี่ขอให้ทุกคนสังเกตการสะกดคำๆ นี้ดีๆ เพราะว่า เรามักใช้สับสนกันกับคำว่า Be aware of (สาลี่เตือนแล้วนะคะ อิอิ ต่อไปนี้ห้ามสับสนอีก) คำว่า “beware” ที่สาลี่นำมาพูดในวันนี้ ตัวมันเองเป็นกริยา (verb) อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องใช้ be beware อีกนะคะ ใช้ beware อย่างเดียวให้เลย คำๆ นี้อ่านว่า /บีแวรฺ/ ใช้ได้ 3 แบบ เลือกเอาตามอำเภอใจได้เลยค่ะ 
 
  1. Beware ลอยๆ  เช่น If a stranger gives you a candy, you must beware./ อีฟฺ เอะ สเตร้นเจอะรฺ กิฟฺซฺ ยู เอะ แค้นดิ ยู เมิดสฺทฺ บีแวรฺ/ ถ้าคนไม่รู้จักให้ลูกอม หนูต้องระวังนะลูก
  2. Beware + of + คน/สิ่งที่อยากให้ระวัง เช่น Beware of strangers. /บี แวรฺ ออฟฺ สเตร้นเจอะรฺสฺ/ ระวังคนแปลกหน้าด้วยนะลูก
  3. Beware of doing อะไรบางอย่าง (doing ก็เปลี่ยนเป็นกริยาเติม ing ทั่วไปได้เลยค่ะ) เช่น Beware of falling off. /บี แวรฺ ออฟฺ ฟอลลิ่ง ออฟฺ/ ระวังตกนะลูก สาลี่พูดประโยคนี้กับนุศรและเธียรเธียรบ่อยมากค่า สัปดาห์ละ ร้อยครั้งได้ แห่ะๆ
ใครก็ตามที่อ่านอย่างละเอียดมาจนถึงบรรทัดนี้ บอกตรงๆ สาลี่นับถือมากค่ะ ฮ่าๆ ขนาดเขียนเองยังว่าย๊าวยาว อ่านกันจบได้ยังไง นับถือนับถือ
สุดท้ายนี้ อ่านแล้วงง หรือไม่เข้าใจตรงไหน ก็แอบมากระซิบสาลี่ได้นะคะ จะได้ปรับปรุง สาลี่เชื่อว่า แม้บทความนี้อาจทำให้ใครบางคนงง แต่ก็คงจะทำให้หลายคนได้สาระและประโยชน์ไปบ้างตามสมควร ^^
คราวนี้ หากคุณอ่านบทความนี้แล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็สามารถแชร์กันต่อไปเรื่อยๆ ให้คนที่คุณรักได้ค่ะ
สาลี่เขียนด้วยใจ “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” สู้ๆ ค่าทุกคน

  

ไม่มีความคิดเห็น