เลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดี

(หากขี้เกียจอ่าน ฟังคลิปเสียงที่นี่ เด็กเป็นผ้าขาวหรือเป็นผ้าขุ่น.mp3)

คุณเชื่อว่า “เด็กเกิดมาเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์หรือไม่” หากเชื่อในแนวความคิดนี้ เราก็จะเชื่อว่าเด็กเป็นผู้บริสุทธ์ไม่มีสิ่งใดต้องขัดเกลา เราจึงมุ่งเติม “สิ่งที่ดี” ให้กับเด็ก เช่น ให้การศึกษาที่ดี ให้ความสุข ให้ความสนุกและความสะดวกสบาย เราเลือกที่จะเติมเต็มให้เด็กเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น


แต่...หากคุณเชื่อว่า ดวงจิตของเราผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมาหลายภพชาติ จิตจึงเปรอะเปื้อนและมีปะปนกันทั้งกุศลจิต (จิตที่ดี) และอกุศลจิต (จิตที่ไม่ดี) เราก็จะมีแนวทางในการเลี้ยงดูเด็กที่ต่างออกไป เมื่อยังเด็ก สมองยังไม่อาจคิดซับซ้อนได้เท่าผู้ใหญ่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เด็กจะเป็นผู้บริสุทธิ์และทำชั่วไม่ได้เลย

ลองย้อนมองดูว่า “การโกหก” จำเป็นต้องสอนหรือไม่ พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกโกหกหรือไม่ ลูกถึงจะสามารถโกหกได้ อย่าเข้าใจผิดว่า “ความชั่ว” มาจากสิ่งแวดล้อมที่ชั่วเท่านั้น ความชั่วเกิดมาพร้อมกับจิตของมนุษย์ทุกคน สัญชาตญาณติดมาพร้อมกับเราตั้งแต่แรกเกิด เช่น สัญชาตญาณในการรักตัวเอง ปกป้องตัวเองมากกว่ารักผู้อื่นและปกป้องผู้อื่น

ดังนั้น หากเราเชื่อว่าจิตเด็กเปรอะเปื้อนมาด้วยกิเลสหลายชาติภพ เราเชื่อว่าเด็กเป็นผ้าขุ่น ไม่ใช่ผ้าขาว เราจะไม่ได้เป้าหมายการเลี้ยงดูลูกเพียงเพื่อเติมเต็มสิ่งที่ดีให้กับเขาเท่านั้น เราจะกลายเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ที่มุ่งเป้าหมาย 2 ประการในการเลี้ยงดูบุตรหลาน ซึ่งก็คือ (1) เติมสิ่งที่ดี (ปรับสิ่งแวดล้อม) และ (2) แก้ไขหรือลดทอนสิ่งที่ไม่ได้

เปรียบเหมือนกับเสื้อลูก ถ้าเราคิดว่าเสื้อลูกขาว (เหมือนเชื่อว่าเด็กเป็นผ้าขาว) เราย่อม “ย้อมสีได้เลย” แต่ถ้าเราคิดว่า เสื้อลูกยังไม่ขาวพอ ยังมีความหมองอยู่ (เด็กเป็นผ้าขุ่น) เราย่อมต้องซักทำความสะอาดก่อน แล้วค่อยย้อมสีในภายหลัง

ดังนั้น การเลี้ยงดูเด็ก สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่ “ความเก่งในเชิงวิชาการ” เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรที่ จะเลี้ยงลูกให้เก่ง แต่ ลูกใช้ความรู้นั้นมาโต้เถียงพ่อแม่ ใช้ความรู้นั้นไปหาประโยชน์ใส่ตนเอง ไปสนองความเห็นแก่ตัวของตนเอง หรือไปเบียดเบียนผู้อื่น

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูเด็ก ก็คือ การ “ปลูกฝัง” ให้เป็นคนดี เสียก่อน

“คนดี” มาก่อน “คนเก่ง”

คำถามต่อมา “คนดี” คืออะไร คำจำกัดความง่ายๆ ของคนดี คือ “ช่วยเหลือผู้อื่นและไม่เบียดเบียนผู้อื่น” นั่นเอง

อยู่บ้าน ช่วยเหลือพ่อแม่ เห็นใจพ่อแม่ จัดการธุระของตนให้เรียบร้อย เช่น ซักถุงเท้าและชั้นในของตัวเอง จัดกระเป่า ทำการบ้านของตัวเอง ทานข้าวและล้างจานที่ตัวเองทานให้เรียบร้อย นี่คือการไม่เบียดเบียนพ่อแม่ หากมีกำลังเหลือ ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ค้าขาย ดูแลน้องๆ นี่คือการช่วยเหลือพ่อแม่ นี่คือการ “เป็นเด็กดี”

หากเราเลี้ยงลูกด้วยทัศนคติที่ว่า “เด็กคือผ้าขุ่น” เราจะให้ความรัก ความรู้ เพื่อเติมเต็มให้กับลูก และในขณะเดียวกัน เราจะแก้ไขความไม่ดี ความเห็นผิด ความเห็นแก่ตัว เพื่อสร้างให้ลูกเป็นคนดี

คนดีอยู่ที่ใดก็มีแต่คนรักใคร่ มีแต่คนอยากเข้าใกล้
คนดีอยู่ที่ใด ก็ทำให้ที่นั้นร่มเย็น เต็มไปด้วยความสุข

บทความโดย MommySali

ขอขอบพระคุณพระอาจารย์ที่เคารพที่ให้แนวคิดและอบรมสั่งสอนศิษย์


คลิปดีๆ จาก ThaiPBS

ไม่มีความคิดเห็น